บทที่ 11 เดตแรก (ที่ไม่ได้ตั้งใจ)

รถเบนซ์คันหรูแล่นเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถของร้านอาหารไทยชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และลมพัดเย็นสบายสมกับเป็นร้านระดับพรีเมียมที่ใครๆ ก็อยากมาดินเนอร์สักครั้ง กะทิก้าวลงจากรถ มองป้ายร้านแล้วแอบกลืนน้ำลายลงคอ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยและบรรยากาศดี แต่ราคาก็แรงพอตัวสมกับคุณภาพ

"เชิญครับคุณผู้หญิง" หมอภิภพเดินมาหยุดข้างๆ ผายมือเชิญด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับมาที่นี่เป็นประจำ "ร้านนี้กุ้งแม่น้ำเผาเด็ดมาก ผมจองโต๊ะมุมดีที่สุดไว้แล้ว"

กะทิพยักหน้ารับ เดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับในชุดไทยประยุกต์ยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะคุณหมอภิภพ โต๊ะริมน้ำที่จองไว้พร้อมแล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ"

กะทิแอบชำเลืองมองคนข้างๆ จองไว้แล้ว? แสดงว่าเขากะจะมาอยู่แล้วตั้งแต่แรก หรือไม่ก็แอบโทรจองตอนที่เธอกำลังโวยวายเรื่องใบเสร็จเมื่อกี้นี้แน่ๆ ร้ายกาจจริงๆ ผู้ชายคนนี้

โต๊ะที่หมอจองไว้อยู่ในโซนศาลาริมน้ำแยกออกมาเป็นส่วนตัว ห่างไกลจากความวุ่นวายของลูกค้ารายอื่น ลมแม่น้ำพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของดอกลีลาวดีที่ปลูกไว้รอบๆ ลอยมาแตะจมูก บรรยากาศโรแมนติกจนกะทิเริ่มรู้สึกเกร็ง นี่มันบรรยากาศของคู่รักชัดๆ ไม่ใช่บรรยากาศของเจ้าหนี้กับลูกหนี้เลยสักนิด

"นั่งสิครับ" หมอภิภพเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" กะทินั่งลง วางกระเป๋าไว้ข้างตัว พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

"รับอะไรดีคะคุณหมอ" พนักงานสาวยื่นเมนูให้ หมอภิภพรับเมนูไปเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะหันมาถามกะทิ "คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?"

"กะทิแล้วแต่หมอเลยค่ะ... หมอสั่งเถอะค่ะ กะทิกินได้หมด" ความจริงคือเธอไม่กล้าสั่ง เห็นราคาแต่ละเมนูแล้วมือไม้สั่น กุ้งแม่น้ำตัวละพันกว่าบาท ต้มยำหม้อละห้าร้อย

"งั้นผมสั่งเองนะ" หมอภิภพปิดเมนู หันไปสั่งพนักงานด้วยน้ำเสียงคล่องแคล่ว "เอากุ้งแม่น้ำเผาไซซ์ใหญ่สุดสองตัว ปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มยำกุ้งน้ำข้นมะพร้าวอ่อน แล้วก็... ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อนครับ ข้าวเปล่าสองโถ น้ำเปล่าสองขวดครับ"

กะทิฟังเมนูแล้วตาโต "คุณหมอคะ... สั่งเยอะไปหรือเปล่าคะ เรามากันแค่สองคนเองนะ"

"ไม่เยอะหรอก ตัวคุณก็ไม่ได้เล็ก... เอ้ย คุณกำลังกินกำลังนอน" เขาแก้คำพูดหน้าตาเฉย "กินเยอะๆ จะได้มีแรงไปสู้รบปรบมือกับลูกค้าในเพจต่อไง"

กะทิย่นจมูกใส่เขาเล็กน้อย "ปากร้าย" เธอพึมพำเบาๆ

"ผมได้ยินนะ" เขายิ้มกริ่ม "เอาน่า มื้อนี้คุณเลี้ยงนี่นา ผมก็ต้องสั่งให้คุ้มหน่อยสิ นานๆ จะมีสาวเลี้ยงข้าวทั้งที"

ระหว่างรออาหาร หมอภิภพดูผ่อนคลายและช่างพูดผิดปกติ เขาถอดแว่นกันแดดวางไว้บนโต๊ะ เท้าคางมองหน้าเธอแล้วชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ "ปกติวันหยุดทำอะไร? นอกจากแพ็กของกับตอบแชทลูกค้า"

"ก็... นอนค่ะ แล้วก็ดูซีรีส์บ้างนิดหน่อย" กะทิตอบตามตรง "แล้วคุณหมอล่ะคะ? วันหยุดทำอะไร?"

"ก็เหมือนกัน... นอน อ่านหนังสือ แล้วก็ไปตีกอล์ฟบ้างบางครั้ง" เขาตอบเรียบๆ "ชีวิตคนแก่ก็น่าเบื่อแบบนี้แหละ"

"ไม่แก่สักหน่อยค่ะ" กะทิเผลอหลุดปากแย้ง "วันนี้แต่งตัวแบบนี้ดู... ดูไม่แก่เลยค่ะ"

หมอภิภพเลิกคิ้ว แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง "ชมผมเหรอ?"

"ปะ... เปล่าค่ะ! แค่พูดตามความจริง" กะทิรีบปฏิเสธ หน้าแดงระเรื่อ "ก็ดูหนุ่มกว่าใส่ชุดกาวน์จริงๆ นี่คะ"

"งั้นเหรอ..." เขายิ้มมุมปาก "แสดงว่าชอบแบบนี้มากกว่า?"

กะทิไปไม่เป็น ได้แต่หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดูดแก้เก้อ ทำไมวันนี้เขาดู... รุกหนักจัง สายตาที่มองมามันวิบวับแปลกๆ เหมือนหมาโกลเด้นที่กำลังดีใจเวลาเจ้าของกลับบ้าน

ไม่นานอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ ไฮไลต์คือกุ้งแม่น้ำเผาตัวยักษ์สองตัวที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโต๊ะ มันกุ้งสีส้มเยิ้มๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนกะทิท้องร้องโครกคราก

"น่ากินจัง..." เธอมองตาเป็นประกาย

"ลงมือเลยสิครับ รออะไร" หมอภิภพผายมือ กะทิหยิบช้อนส้อม เตรียมจะตักกุ้งมาใส่จาน แต่หมอภิภพไวกว่า เขาเอื้อมมือมาดึงจานกุ้งไปไว้ตรงหน้าตัวเอง "เดี๋ยวผมจัดการให้"

"คะ? ไม่ต้องค่ะคุณหมอ! กะทิทำเองได้ เกรงใจค่ะ"

"อยู่เฉยๆ เถอะน่า มือผมผ่านมีดหมอมาเป็นพันเคส ผ่าตัดหัวใจที่ซับซ้อนกว่านี้ผมยังทำได้ แค่แกะกุ้ง... สบายมาก" เขาพูดพลางลงมือใช้ช้อนและส้อมเลาะเปลือกกุ้งอย่างคล่องแคล่ว ราวกับกำลังทำการผ่าตัดจริงๆ เพียงไม่กี่วินาที เนื้อกุ้งสีขาวอวบอ้วนก็หลุดออกจากเปลือกอย่างสวยงาม มันกุ้งเยิ้มๆ ถูกตักราดลงบนเนื้อกุ้ง แล้วเขาก็ตักทั้งตัวใส่จานให้กะทิ

"อ่ะ... กินซะ"

กะทิมองกุ้งในจานสลับกับมองหน้าเขา "ขอบคุณค่ะ... แต่คุณหมอกินบ้างสิคะ สั่งมาตั้งสองตัว"

"ผมแกะของผมได้ คุณกินเถอะ" เขายิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่... อ่อนโยนจนน่าใจหาย "อร่อยไหม?" เขาถามเมื่อเห็นเธอตักเข้าปาก

"หือ... อร่อยมากค่ะคุณหมอ สดมาก เนื้อเด้งสู้ฟันสุดๆ" กะทิเคี้ยวแก้มตุ่ย ตาเป็นประกายด้วยความฟิน

"อร่อยก็กินเยอะๆ" เขามองเธอเคี้ยวด้วยสายตาเอ็นดู "เวลากินคุณดูมีความสุขดีนะ ผมชอบมอง"

"แค่อก... แค่กๆ" กะทิสำลักข้าวทันที รีบคว้าน้ำมาดื่ม "คุณหมอพูดอะไรคะเนี่ย!"

"พูดเรื่องจริง" เขาตอบหน้าตาย พลางตักปลากะพงทอดน้ำปลาใส่จานให้เธออีกชิ้น "ผอมไปกอดไม่อุ่น... เอ้ย ดูไม่แข็งแรง กินเยอะๆ แก้มจะได้ยุ้ยๆ เหมือนเดิม น่ารักดี"

กะทิหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด วันนี้หมอภิภพเป็นอะไรไปเนี่ย? ผีเข้าเหรอ? หรือโดนตัวไหนมา? ทำไมถึงได้หยอดเก่ง ปากหวาน และเอาใจเก่งขนาดนี้ ภาพอาจารย์หมอสุดโหดหน้าห้องตรวจหายไปไหนหมด? เหลือแต่ลุงแก่ขี้อ้อนคนนี้เนี่ยนะ?

"คุณหมอคะ..." กะทิวางช้อน "กะทิถามจริงๆ นะคะ" "ครับ?" "คุณหมอ...ไม่สบายหรือเปล่าคะ? หรือเครียดงาน? วันนี้ดู... แปลกๆ"

หมอภิภพหัวเราะเสียงดังลั่นร้าน "แปลกยังไง? ผมก็เป็นผมแบบนี้แหละ แค่อยู่นอกโรงพยาบาล ผมก็อยากทำตัวสบายๆ บ้าง... ไม่ชอบเหรอ?"

"ก็... ไม่ใช่ไม่ชอบค่ะ แค่ไม่ชิน" กะทิตอบอ้อมแอ้ม

"เดี๋ยวก็ชิน" เขาตอบสั้นๆ แต่ความหมายลึกซึ้ง "รีบกินเถอะ เดี๋ยวของหวานรออยู่"

"หือ? ของหวาน? กะทิไม่ได้สั่งของหวานนะคะ"

"เดี๋ยวค่อยสั่ง... ร้านอื่น" เขาตัดบท แล้วตักต้มยำซดอย่างสบายใจ

หลังจากจัดการอาหารมื้อใหญ่จนเกลี้ยงโดยส่วนใหญ่ลงไปอยู่ในท้องกะทิ เพราะหมอมัวแต่ตักให้ กะทิเรียกพนักงานเช็กบิล "เก็บเงินด้วยค่ะ" เธอหยิบบัตรเครดิตออกมาวางบนถาดรับเงินด้วยความมั่นใจ มื้อนี้เท่าไหร่ก็ยอม เพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง!

พนักงานเดินกลับมาพร้อมเครื่องรูดบัตร "ทั้งหมด 4,500 บาทครับ"

กะทิกลืนน้ำลายเอือก แพงกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย แต่ก็ยังพอไหว "นี่ค่ะ..." เธอกำลังจะยื่นบัตรให้พนักงาน แต่มือหนาของหมอภิภพก็ยื่นบัตรสีดำขอบทองใบหนึ่งแทรกเข้ามาวางทับบัตรของเธอไว้

"ใช้บัตรนี้ลดเปอร์เซ็นต์ครับ" เขาบอกพนักงาน

"อ๋อ... บัตรสมาชิก Black Card นะครับ ได้ส่วนลด 50% ครับคุณหมอ" พนักงานรับไปอย่างรู้งาน

"เดี๋ยวค่ะคุณหมอ!" กะทิรีบท้วง "กะทิบอกจะเลี้ยงไงคะ"

"ก็เลี้ยงไง" เขาหันมาตอบหน้าตาย "แต่ใช้สิทธิ์ผมลดราคา คุณจะได้จ่ายน้อยลง... เงินทองหายาก เก็บไว้ซื้อขนมให้ยายกินดีกว่า จะมาจ่ายแพงๆ ทำไม"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่... ลดแล้วเหลือสองพันกว่าบาท คุณจ่ายส่วนที่เหลือ โอเคไหม?" เขาหันไปพยักหน้าให้พนักงานจัดการรูดบัตร

กะทิถอนหายใจยาว ยอมจำนนต่อเหตุผลของเขา "ก็ได้ค่ะ... ขอบคุณนะคะที่ช่วยประหยัด" "ถือว่าช่วยกันทำมาหากิน" เขายิ้มกวนๆ

หลังจากจัดการเรื่องค่าอาหารเสร็จ กะทิก็รู้สึกโล่งใจที่ภารกิจเลี้ยงข้าวใช้หนี้จบลงด้วยดี แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้าง "งั้นเรากลับกันเลยไหมคะ? กะทิจะได้ไปเอารถที่ศูนย์" เธอลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ

หมอภิภพเดินนำออกจากร้าน แต่พอมาถึงลานจอดรถ แทนที่เขาจะเดินไปที่รถเบนซ์ เขากลับหยุดยืนอยู่หน้าร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ตกแต่งสไตล์มินิมอลน่ารัก ซึ่งอยู่ติดกับร้านอาหาร

"กะทิ..." เขาเรียก "คะ?"

"กินบิงซูกัน"

"คะ?!" กะทิเบิกตากว้าง "บิงซู? ตอนนี้เนี่ยนะคะ? หมอคะ... ตะกี้กินกุ้งไปสองตัว ปลาอีกครึ่งตัว ข้าวอีกสองจาน... ท้องกะทิจะแตกแล้วค่ะ"

"ไหวสิ..." หมอภิภพหันมามองร้านคาเฟ่ด้วยสายตาละห้อย เหมือนเด็กอยากกินไอติม "เขาว่ากันว่าผู้หญิงมีกระเพาะแยกของคาวกับของหวานไม่ใช่เหรอ? ผมเคยอ่านเจอในวารสารการแพทย์... เอ้ย ในเน็ต"

"ทฤษฎีไหนคะเนี่ย มั่วแล้วหมอ" กะทิส่ายหน้าขำๆ "ไม่เอาค่ะ กะทิอิ่มจริงๆ กลับเถอะค่ะ"

"โธ่...กะทิ" เสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นเสียงอ้อนแบบที่กะทิไม่เคยได้ยินมาก่อน หมอภิภพขยับเข้ามาใกล้ ก้มหน้าลงมาสบตาเธอในระดับเดียวกัน แววตาหลังกรอบแว่นดูวิบวับและเว้าวอนสุดขีด "ไปกินเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ นะครับ" "ผมอยากกินร้านนี้มานานแล้ว แต่ไม่กล้าเข้าคนเดียว ดูสิในร้านมีแต่เด็กวัยรุ่น กับคู่รักให้คนแก่แบบผมเดินเข้าไปนั่งกินบิงซูคนเดียว มันเขินนะคุณ"

กะทิมองเข้าไปในร้าน จริงอย่างที่เขาว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนไม่ก็คู่รักหนุ่มสาวที่มานั่งป้อนขนมกัน แต่... ระดับ ผอ.โรงพยาบาลเนี่ยนะจะมาเขินเรื่องแค่นี้? ไม่น่าเชื่อ แต่ทำไม...ทำไมเธอถึงใจอ่อนกับไอ้หน้าตาอ้อนๆ แบบหมาโกลเด้นหูตกของเขาด้วยเนี่ย!

"หมอคะ... นี่หมอแอ๊บแบ๊วใส่กะทิเหรอคะ?"

"ไม่ได้แอ๊บ... อยากกินจริงๆ" เขาทำหน้าเศร้า "ถ้าคุณไม่กิน นั่งดูผมกินเฉยๆ ก็ได้... นะ ถือว่าทำบุญกับคนแก่"

คำว่า 'คนแก่' ทำเอากะทิหลุดขำ "โอเคค่ะๆ ยอมแล้ว... กินก็กินค่ะ แต่กะทิสั่งถ้วยเล็กนะ"

"เย่! ดีมากเด็กดี" หมอภิภพยิ้มกว้างจนตาหยี มือหนาถือวิสาสะคว้าข้อมือเธอแล้วจูงเดินเข้าไปในร้านทันที "ป่ะ... ผมเลี้ยงเองร้านนี้"

กะทิเดินตามแรงดึงของเขาไป มองแผ่นหลังกว้างที่ดูตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่น ในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงวันนี้เธอมา 'ใช้หนี้' หรือมา 'เดต' กับลุงแก่ขี้อ้อนคนนี้กันแน่?

ภายในร้านคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมของนมเนยและผลไม้สดลอยอบอวล หมอภิภพเลือกโต๊ะมุมในสุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เขาสั่งบิงซูมะม่วงชีสเค้กถ้วยยักษ์มาวางตรงกลาง

"ไหนบอกถ้วยเล็กไงคะหมอ" กะทิมองภูเขาน้ำแข็งไสตรงหน้าด้วยความท้อแท้

"เล็กสุดของร้านแล้ว... มั้ง" เขาตอบหน้าตาย พลางตักมะม่วงชิ้นโตป้อนใส่ปากตัวเอง "อื้ม... สดชื่น"

"กินเข้าไปได้ยังไงคะเนี่ย..." กะทิบ่นอุบ แต่ก็หยิบช้อนมาตักกินด้วยความเสียดาย รสชาติหวานอมเปรี้ยวของมะม่วงสุกกับเกล็ดน้ำแข็งนุ่มละมุนลิ้นทำให้ความอิ่มเมื่อครู่ทุเลาลงไปได้อย่างน่าประหลาด "อร่อยแฮะ..."

"เห็นไหม บอกแล้วว่ามีกระเพาะแยก" หมอภิภพยิ้มอย่างผู้ชนะ

ระหว่างกินขนม หมอภิภพก็ยังคงชวนคุยไม่หยุด "กะทิ... ถามหน่อยสิ"

"คะ?"

"สเปกผู้ชายของคุณ... เป็นแบบไหนเหรอ?" จู่ๆ เขาก็ยิงคำถามที่ทำเอากะทิเกือบสำลักน้ำแข็งไส เธอเงยหน้ามองเขา หมอภิภพยังคงตักบิงซูกินหน้าตาเฉย แต่สายตาจับจ้องรอคำตอบอย่างตั้งใจ

"เอ่อ... ทำไมจู่ๆ ถึงถามคะ?"

"ก็แค่อยากรู้ เห็นคุณบ่นถึงลูกค้าในเพจบ่อยๆ ว่ามีคนมาจีบ เลยอยากรู้ว่าชอบแบบไหน" เขาอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ

"อืม..." กะทิทำท่านึก "ก็คง... ชอบคนใจดีมั้งคะ อบอุ่น เข้ากับเราได้ ไม่เจ้าชู้ แล้วก็รักครอบครัว รักยายของกะทิด้วย"

"แค่นั้น?"

"ค่ะ... แค่นั้นแหละ กะทิไม่ค่อยเรื่องมากหรอกค่ะ ขอแค่ใครสักคนที่เข้าใจเราจริงๆ ก็พอ" เธอตอบยิ้มๆ "แล้วก็... ไม่ต้องรวยก็ได้ค่ะ ช่วยกันทำมาหากินดีกว่า"

หมอภิภพฟังแล้วพยักหน้าช้าๆ "แล้วถ้า... แก่กว่าล่ะ?" "แก่กว่าเยอะๆ... ติดไหม?"

กะทิชะงัก คำถามนี้มันเจาะจงเกินไปหรือเปล่า เธอมองหน้าหมอภิภพที่ตอนนี้วางช้อนลงแล้ว จ้องตาเธอด้วยแววตาที่จริงจังกว่าทุกครั้ง "ก็... ไม่ติดนะคะ" กะทิตอบเสียงเบา "อายุเป็นเพียงตัวเลขค่ะ ถ้านิสัยเข้ากันได้ ก็โอเค"

รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหมอภิภพอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ดูโล่งใจและมีความหวัง "ดีจัง..." เขาพึมพำกับตัวเอง

"ดีอะไรคะ?"

"เปล่า... แค่บอกว่าบิงซูร้านนี้ดีจัง วันหลังมากินกันอีกนะ" เขาเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ ตักชีสเค้กชิ้นสุดท้ายใส่จานเธอ "กินให้หมดนะ เสียดายของ"

กะทิก้มหน้ากินเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจจริงๆ ถามมาขนาดนี้ จีบก็บอกว่าจีบสิ จะมาอ้อมค้อมถามสเปกทำไม แต่ก็นะ...ไอ้ความอ้อมค้อม ความซึน และความขี้อ้อนแบบหมาแก่ของเขานี่แหละ ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะเข้าให้แล้วจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป